วันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ลงแขกเกี่ยวข้าว

ลงแขกเกี่ยวข้าว


คำกล่าวของนายพิบูลย์ แพนพา นายอำเภอศรีสมเด็จ คน กทม.เหมือนกับเรา(กลางทุ่งมหาสารคาม) ฟังแล้วรู้สึกโดนใจดี ด้วยสำนึกรักบ้านเกิด อะไรทำนองนี้  ท่านบอกว่า การพัฒนาหลายปีที่ผ่านมา เป็นการพัฒนาที่ไม่สมดุล ผลก็คือเป็นการผลักไส แรงงานจากบ้านนอกเข้ากรุงฯหรือเมืองใหญ่ ทำลายสภาพสังคม ครอบครัว พ่อ แม่ ลูก ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ประชากรวัยแรงงานต้องออกจากบ้านไปทำงานเพื่อหาเงิน ทิ้งลูกไว้กับตายาย ส่งแต่เงินมาให้  ตายายเป็นคนเลี้ยง การอบรมสั่งสอนก็ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้เด็กขาดความอบอุ่น เกิดปัญหาสังคมตามมา เช่นปัญหายาเสพติด ปัญหาเด็กหญิงแม่(มีลูกก่อนได้ใช้คำนำหน้านางสาว) และปัญหาสังคมอื่นๆ ที่เป็นผลพวงจากการพัฒนาที่ไม่สมดุล

สังคมชนบทที่เคยโอบอ้อมอารีย์ ก็หายไป ความเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนของคนมีมากขึ้น ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม ตามวัฒนธรรมตะวันตก นาข้าวก็มีแต่สารเคมี ควายไถนาก็ไม่ค่อยมี มีแต่ควายเหล็ก อย่างประเพณีลงแขกที่เคยมี ก็ไม่ค่อยเห็น วิ่งตามก้นฝรั่งโดยมองข้ามภูมิปัญญาของตนเอง ทั้งที่ภูมิปัญญาไทย คำว่า "ลงแขก"  ใช้ทฤษฎีฝรั่งอธิบายถึง 3 ทฤษฎี
          1.Participation Theory - ทฤษฎีการมีส่วนร่วม
          2.Motivation Theory - ทฤษฎีแรงจูงใจ
          3.Administration Theory - ทฤษฎีการบริหารงาน

อย่าดูถูกภูมิปัญญาของตนเอง อยากฝากถึงคนหนุ่มสาวบ้านเรา อย่าลืมบ้านเกิดของตนเอง อย่าลืมเส้นทางสายปลาแดก กลับมาพัฒนาบ้านเราให้สังคมเกิดความอบอุ่น อยู่พร้อมกัน พ่อ แม่ ลูก ปู่ ย่า ตา ยาย ทุกวันนี้...ข้าวในนา..ก็เป็นข้าวนาหว่านสารเคมี..เฮ้อ


แสดงความคิดเห็น

Whatsapp Button works on Mobile Device only

Start typing and press Enter to search